|
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์
โดยใช้รูปแบบพหุปัญญา เพื่อการเรียนรู้และโดยใช้สมองเป็นฐาน เพื่อเปรียบเทียบ พัฒนาการด้านสติปัญญา
และความคิดสร้างสรรค์
สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3
โรงเรียนเทศบาล 10
อนุบาลหนูดี
ผู้วิจัย นางทาวิกา ปังคะบุตร
โรงเรียน เทศบาล 10 อนุบาลหนูดี สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี
ปีที่วิจัย 2561
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้
มีวัตถุประสงค์ คือ (1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์ โดยใช้รูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้และโดยใช้สมองเป็นฐาน
เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการด้านสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์
สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 10 อนุบาลหนูดี (2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์ โดยใช้รูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้และโดยใช้สมองเป็นฐาน
เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการด้านสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์
สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 10 อนุบาลหนูดี ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (3) เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการด้านสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์
โดยใช้รูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้และโดยใช้สมองเป็นฐาน
สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 10 อนุบาลหนูดี ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน และ (4) เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการด้านสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์
สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 10 อนุบาลหนูดี ระหว่างการจัดประสบการณ์โดยใช้รูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้และโดยใช้สมองเป็นฐาน
กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการทดลอง คือ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่
3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนเทศบาล 10 อนุบาลหนูดีจำนวน 40 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ (1)
แผนการจัดประสบการณ์ ด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์ โดยใช้รูปแบบพหุปัญญาเพื่อกรเรียนรู้และโดยใช้สมองเป็นฐาน
เพื่อพัฒนาการด้านสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3
จำนวน 20 แผนฯ (2) แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
และ (3) แบบประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา จำนวน 30 ข้อ และประเมินพัฒนาการความคิดสร้างสร้างสรรค์ จำนวน 4 สถิติที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมติฐานใช้ t-test (Pair)
ผลการวิจัยพบว่า
1.
ผลการวิเคราะห์สภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์ โดยใช้รูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้และโดยใช้สมองเป็นฐาน
เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการด้านสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์
สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 10 อนุบาลหนูดี โดยใช้แบบประเมินค่าดัชนีความสอดคล้องแบบวิเคราะห์เอกสาร และแบบสัมภาษณ์
จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน พบว่า มีความสอดคล้อง
2.
รูปแบบการจัดประสบการณ์ โดยใช้รูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้และโยใช้สมองเป็นฐาน
เพื่อพัฒนาการด้านสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3
โรงเรียนเทศบาล 10 อนุบาลหนูดี มีประสิทธิภาพที่
85.21/84.41 และ 85.94/84.03 ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
3. พัฒนาการด้านสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์
โดยใช้รูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้และโดยใช้สมองเป็นฐาน
สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3
โรงเรียนเทศบาล 10 อนุบาลหนูดี
หลังเรียนมีค่าสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. พัฒนาการด้านสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์
สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3
โรงเรียนเทศบาล 10 อนุบาลหนูดี
ระหว่างการจัดประสบการณ์โดยใช้รูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้และโดยใช้สมองเป็นฐาน
ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 |