|
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้
โดยใช้สื่อ Facebook Infographic
กับการเรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง
อินเทอร์เน็ตและการใช้งาน
เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์
สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้วิจัย นายวรพจน์
ฐานันดร
โรงเรียน โรงเรียนเทศบาล
1 หนองใส เทศบาลตำบลหนองบัว จังหวัดอุดรธานี
ปีการศึกษา 2561
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้
มีวัตถุประสงค์ คือ (1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
รายวิชาคอมพิวเตอร์ เรื่อง อินเตอร์เน็ตและการใช้งาน
เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
(2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ โดยใช้สื่อ Facebook Infographic ร่วมกับการเรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง อินเทอร์เน็ตและการใช้งาน เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์
80/80 และมีค่าดัชนีประสิทธิผล
ตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป (3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้ โดยใช้สื่อ Facebook Infographic ร่วมกับการเรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง อินเทอร์เน็ตและการใช้งานเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (4) เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้
โดยใช้สื่อ Facebook Infographic ร่วมกับการเรียนรู้แบบ
4 MAT เรื่อง อินเทอร์เน็ตและการใช้งาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี 2 และ (5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน ด้วยรูปแบบการเรียนรู้โดยใช้สื่อ Facebook
Infographic ร่วมกับการเรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง
อินเทอร์เน็ตและการใช้งาน เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิด สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง คือ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนเทศบาล 1 หนองใส ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 35 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม
(Cluster Random Sampling) โดยการจับสลาก
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ (1) แผนการจัดการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยรูปแบบการเรียนรู้
โดยใช้สื่อ Facebook Infographic ร่วมกับการเรียนรู้แบบ 4
MAT เรื่อง อินเทอร์เน็ตและการใช้งาน
เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ (2)
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งเป็นแบบปรนัยเลือกตอบ ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ ซึ่งมีค่าความยากง่าย ระหว่าง
0.20-0.80 มีค่าอำนาจจำแนก 0.20 ขึ้นไป และมีค่าความเชื่อมั่นที่ 0.7908 (3) แบบประเมินทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์
จำนวน 12 ชุด และ (4)
แบบสอบถามความพึงพอใจ ซึ่งเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิจัย
คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมติฐานใช้ t-test
(Pair)
ผลการวิจัยพบว่า
1.
ผลการวิเคราะห์สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
และทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ โดยใช้แบบประเมินค่าดัชนีความสอดคล้อง ทั้งแบบวิเคราะห์เอกสาร
และแบบสัมภาษณ์ จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน พบว่า
มีความสอดคล้อง โดยมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 1.00 ทุกรายการ
2.
รูปแบบการเรียนรู้ โดยใช้สื่อ Facebook Infographic ร่วมกับการเรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง
อินเทอร์เน็ตและการใช้งาน เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
2 มีเกณฑ์ประสิทธิภาพที่ 88.08/85.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
และมีค่าดัชนีประสิทธิผล (The Effectiveness Index : E.I.)
เท่ากับ 0.68 หรือคิดเป็นร้อยละ 68.00
3.
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้
โดยใช้สื่อ Facebook Infographic ร่วมกับการเรียนรู้แบบ 4
MAT เรื่อง อินเทอร์เน็ตและการใช้งาน
เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนมีค่าสูงกว่าก่อนเรียน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4. ทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง
ที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้ โดยใช้สื่อ Facebook Infographic ร่วมกับการเรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง
อินเทอร์เน็ตและการใช้งาน เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนมีค่าสูงกว่าก่อนเรียน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
5. นักเรียนกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ ด้วยรูปแบบการเรียนรู้
โดยใช้สื่อ Facebook Infographic ร่วมกับการเรียนรู้แบบ 4
MAT เรื่อง อินเทอร์เน็ตและการใช้งาน
เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
โดยมีค่าเฉลี่ย 4.34 |